ประกันชีวิต ระยะหมายไว้งานข้าวของเครื่องใช้ชีวีพร้อมด้วยอายุ
ประกันชีวิต นภาให้หรืออดิเรกลาภเคราะห์ กำหนด ปราณีเราถือกำเนิดมาทำได้จะไม่มีอยู่ความเท่าเทียมกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นฐานะความเป็นอยู่ โอกาสในชีวิต ตลอดจนรูปร่างประเภทบุคลิกภาพเฉพาะเจาะจงตน แต่เครื่องหนึ่งที่ทุกคนได้เท่าเทียมกัน คือเวลา ปัญหาชูไว้ที่ว่าใครจะตระหนักถึงคุณค่า ใช้ระยะให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด
1 ปี = 365 วัน
5 ปี = 1,825 วัน
10 ปี = 3,650 วัน
20 ปี = 7,300 วัน
40 ปี = 14,600 วัน
60 ปี = 21,900 วัน
70 ปี = 25,550 วัน
ถ้าคิดอายุความสามารถของร่างกายที่ 60 ปี ซึ่งครอบครองอายุที่ต้องเกษียณอายุตัวเองจากการทำงาน ถ้าเราเริ่มทำธุระที่อายุ 21 ปี คนเราจะมีระยะทำงานประมาณ 14,600 วัน หรือ 2,080 สัปดาห์ และถ้าเราใช้เวลาพักทุเลาไป 1/3 ของวัน (8 ชั่วโมง/วัน) ในท่อนเวลา 40 ปี เราจะใช้เวลาหยุดพักผ่อนไปถึง 4,867 วัน เหลือเวลาทำสิ่งต่าง ๆ เพียง 9,733 วัน
ปราณีเราไม่ได้คิดว่าสักวันหนึ่ง ชีวิตจะจบสุดลง จึงปล่อยโอกาสอันดีงามให้ผ่านไปอย่างไม่แยแส ในวัยผู้ชายสาวที่แข็งแรงกลับปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ในเวลาเรียนที่มีประโยชน์อย่างมากกับอนาคตของตนเอง กลับมองออกไปนอกหน้าต่าง ปลูกวิมานในอากาศปล่อยให้คำสั่งสอนของครูอาจารย์ เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา ในช่วงเวลาที่ควรค่าแก่การพักผ่อน กลับเที่ยวเตร่จนดึกดื่น หรือดื่มจนเมามาย แล้วตื่นพระบรรทมขึ้นมาปวดหัวหรือตื่นสายในวันรุ่งขึ้นหมดแรงที่จะคิดปลูกสรรค์ผลธุระจวบจนแก่ชรา อายุมากขึ้น ภาพอดีตความหลังที่ผ่านมาย้อนให้คิดคำนึงแม้จะพยายามไขว่คว้า กาลเวลาที่ผ่านไปก็ไม่อาจหวนคืน
คนเราถือกำเนิดมาทุกคนกำลังเดินทางไปสู่จุดสุดท้ายของชีวิต นั่นคือจะต้องจากโลกนี้ไปอย่างแน่นอน จะเร็วหรือช้าเท่านั้น ไม่มีใครหลบลี้หนีหายพ้นกฎของธรรมชาติข้อนี้ไปได้ คนเราเมื่อเกิดมาแล้ว ก็จะเจริญเติบโตไปตามช่วงวัยต่าง ๆ ในขณะที่อายุเริ่มจะมากขึ้น ข้อความแข็งแรง และความสามารถทางด้านร่างสกนธ์ก็เริ่มลดลง โรคภัยไข้เจ็บก็จักมาเยี่ยมเยียน ซึ่งคัมภีร์อินเดียโบราณแบ่งช่วงวัยและอายุไว้ดังนี้
1.วัยเดิมเกิดถึง 10 ปี เป็นวัยเดียงสา พ่อแม่ต้องฟูมฟักเลี้ยงดู
2.อายุระหว่าง 11-20 ปี เป็นวัยต้องประสงค์เล่นอยากเรียนรู้ กำลังเจริญเติบโต
3.อายุระหว่าง 21-30 ปี เป็นวัยที่เรียกว่าชีวิตสวยมโนหร ร่างกายแข็งแรง
4.อายุระหว่าง 31-40 ปี เป็นวัยแห่งการทำงาน ยังมีเรี่ยวแรงกำลังวังชา
5.อายุระหว่าง 41-50 ปี เป็นวัยที่การใช้ภูรี และเริ่มที่จะแก่
6.อายุระหว่าง 51-60 ปี เป็นวัยที่ร่างสกนธ์เสื่อมถอย
7.อายุระหว่าง 61-70 ปี เป็นอายุที่ร่างกายทรามถอยมาก
8.อายุระหว่าง 71-80 ปี เป็นวัยที่ใกล้ชราภาพมากแล้ว หลังเริ่มงอ
9.อายุระหว่าง 81-90 ปี เป็นวัยหลง ๆ หลง แสดงถึงร่างกายที่เสื่อมถอยและเริ่มจะปราศรัยความตาย
10.อายุระหว่าง 91 ปี ขึ้นไป เป็นวัยที่เรียบความรู้สึกหรือตายด้าน ทุกกรณี
ที่พูดมาเป็นช่วงของชีวิต ที่ทั่วคนจะต้องประสบพบเจอหากมีชีวิตยืนยาวแต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่เกิดจะมีชีวิตยืนยาวเท่ากันทุกคน หลายคนต้องจากไปก่อนวัยอันควร แม้ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อก็ไม่สามารถที่จะร้องขอได้ เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต เวลาที่ผ่านไปหรือสูญเสียไป จะสูญเสียตลอดกาล เพราะฉะนั้นจงใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าวางธุระให้เวลาผ่านไปโดยไม่ถือกำเนิดอะไรขึ้นมาเลย ประกันชีวิต นภาให้หรืออดิเรกลาภเคราะห์ กำหนด ปราณีเราถือกำเนิดมาทำได้จะไม่มีอยู่ความเท่าเทียมกันในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นฐานะความเป็นอยู่ โอกาสในชีวิต ตลอดจนรูปร่างประเภทบุคลิกภาพเฉพาะเจาะจงตน แต่เครื่องหนึ่งที่ทุกคนได้เท่าเทียมกัน คือเวลา ปัญหาชูไว้ที่ว่าใครจะตระหนักถึงคุณค่า ใช้ระยะให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด
1 ปี = 365 วัน
5 ปี = 1,825 วัน
10 ปี = 3,650 วัน
20 ปี = 7,300 วัน
40 ปี = 14,600 วัน
60 ปี = 21,900 วัน
70 ปี = 25,550 วัน
ถ้าคิดอายุความสามารถของร่างกายที่ 60 ปี ซึ่งครอบครองอายุที่ต้องเกษียณอายุตัวเองจากการทำงาน ถ้าเราเริ่มทำธุระที่อายุ 21 ปี คนเราจะมีระยะทำงานประมาณ 14,600 วัน หรือ 2,080 สัปดาห์ และถ้าเราใช้เวลาพักทุเลาไป 1/3 ของวัน (8 ชั่วโมง/วัน) ในท่อนเวลา 40 ปี เราจะใช้เวลาหยุดพักผ่อนไปถึง 4,867 วัน เหลือเวลาทำสิ่งต่าง ๆ เพียง 9,733 วัน
ปราณีเราไม่ได้คิดว่าสักวันหนึ่ง ชีวิตจะจบสุดลง จึงปล่อยโอกาสอันดีงามให้ผ่านไปอย่างไม่แยแส ในวัยผู้ชายสาวที่แข็งแรงกลับปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ในเวลาเรียนที่มีประโยชน์อย่างมากกับอนาคตของตนเอง กลับมองออกไปนอกหน้าต่าง ปลูกวิมานในอากาศปล่อยให้คำสั่งสอนของครูอาจารย์ เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา ในช่วงเวลาที่ควรค่าแก่การพักผ่อน กลับเที่ยวเตร่จนดึกดื่น หรือดื่มจนเมามาย แล้วตื่นพระบรรทมขึ้นมาปวดหัวหรือตื่นสายในวันรุ่งขึ้นหมดแรงที่จะคิดปลูกสรรค์ผลธุระจวบจนแก่ชรา อายุมากขึ้น ภาพอดีตความหลังที่ผ่านมาย้อนให้คิดคำนึงแม้จะพยายามไขว่คว้า กาลเวลาที่ผ่านไปก็ไม่อาจหวนคืน
คนเราถือกำเนิดมาทุกคนกำลังเดินทางไปสู่จุดสุดท้ายของชีวิต นั่นคือจะต้องจากโลกนี้ไปอย่างแน่นอน จะเร็วหรือช้าเท่านั้น ไม่มีใครหลบลี้หนีหายพ้นกฎของธรรมชาติข้อนี้ไปได้ คนเราเมื่อเกิดมาแล้ว ก็จะเจริญเติบโตไปตามช่วงวัยต่าง ๆ ในขณะที่อายุเริ่มจะมากขึ้น ข้อความแข็งแรง และความสามารถทางด้านร่างสกนธ์ก็เริ่มลดลง โรคภัยไข้เจ็บก็จักมาเยี่ยมเยียน ซึ่งคัมภีร์อินเดียโบราณแบ่งช่วงวัยและอายุไว้ดังนี้
1.วัยเดิมเกิดถึง 10 ปี เป็นวัยเดียงสา พ่อแม่ต้องฟูมฟักเลี้ยงดู
2.อายุระหว่าง 11-20 ปี เป็นวัยต้องประสงค์เล่นอยากเรียนรู้ กำลังเจริญเติบโต
3.อายุระหว่าง 21-30 ปี เป็นวัยที่เรียกว่าชีวิตสวยมโนหร ร่างกายแข็งแรง
4.อายุระหว่าง 31-40 ปี เป็นวัยแห่งการทำงาน ยังมีเรี่ยวแรงกำลังวังชา
5.อายุระหว่าง 41-50 ปี เป็นวัยที่การใช้ภูรี และเริ่มที่จะแก่
6.อายุระหว่าง 51-60 ปี เป็นวัยที่ร่างสกนธ์เสื่อมถอย
7.อายุระหว่าง 61-70 ปี เป็นอายุที่ร่างกายทรามถอยมาก
8.อายุระหว่าง 71-80 ปี เป็นวัยที่ใกล้ชราภาพมากแล้ว หลังเริ่มงอ
9.อายุระหว่าง 81-90 ปี เป็นวัยหลง ๆ หลง แสดงถึงร่างกายที่เสื่อมถอยและเริ่มจะปราศรัยความตาย
10.อายุระหว่าง 91 ปี ขึ้นไป เป็นวัยที่เรียบความรู้สึกหรือตายด้าน ทุกกรณี
ที่พูดมาเป็นช่วงของชีวิต ที่ทั่วคนจะต้องประสบพบเจอหากมีชีวิตยืนยาวแต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่เกิดจะมีชีวิตยืนยาวเท่ากันทุกคน หลายคนต้องจากไปก่อนวัยอันควร แม้ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อก็ไม่สามารถที่จะร้องขอได้ เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต เวลาที่ผ่านไปหรือสูญเสียไป จะสูญเสียตลอดกาล เพราะฉะนั้นจงใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าวางธุระให้เวลาผ่านไปโดยไม่ถือกำเนิดอะไรขึ้นมาเลย ประกันชีวิต อยู่คู่กับเราทุกช่วงเวลา
ที่มา :http://www.insureadviser.com